เปลี่ยน... ทุกปี

posted on 30 Dec 2011 19:44 by hamon-d  in Life
 
-1-
 
สมัยที่ผมยังจำความไม่ได้ พ่อแม่ผมจะเล่าให้ฟังเสมอว่า ตอนนั้นเป็นเด็กที่ไม่เคยกลัวอะไร กล้าแสดงออก แล้วก็ช่างแต่งตัวเสียเหลือเกิน ศิลปินคนโปรดในตอนนั้นคือ ติ๊ก ชีโร่ และเพลงประจำตัวคือ ออกมาเต้น เอ้า ออกมาเต้น เด็ดขาดลีลาไปเลย!! แค่ได้ยิน ตัวผมในวัยนั้นก็จะต้องลุกมาออกสเต็ป โชว์ลีลาอยู่หน้าจอทีวี เต้นไปพร้อม ๆ พี่ติ๊กเลยทีเดียว
 
 
แม่ยังเล่าอีกว่า ตอนนั้นเวลาพ่อแม่จะออกไปซื้อของที่ไหน ผมนั้นไม่เคยคิดจะตามไปเลยสักครั้ง มีแต่ไล่ให้พ่อแม่ไปได้เลย ไม่มีร้องไห้สักแอะ แม้พ่อแม่จะหายไปเป็นวัน ๆ
 
 
 
 
-2-
 
ตอนที่จำความได้แล้ว ตอนนั้นก็อยู่ประมาณอนุบาล ครั้งแรกที่ไปโรงเรียนถ้าเด็กทั่วไปร้องไห้วันแรก ส่วนวันที่เหลือก็เฮฮาได้ปกติ ผมนั้นก็เป็นด้านตรงคำ เรียกว่าเป็นเด็กที่ผิดปกติมากเพราะวันแรกดันไม่ร้องไห้จนครูแอบโล่งใจ แต่ดันมาตกม้าตายเพราะวันต่อมาดันร้องไห้อยากกลับบ้านตลอด แล้วยังร้องต่อไปอีกประมาณสัปดาห์หนึ่งเลย
 
 
น่าแปลกที่พอผมเริ่มจำความได้ อะไรที่พ่อแม่เล่าเกี่ยวกับตัวผมนั้นเหมือนจะไม่ใช่ตัวผมเอาเสียเลย ไม่ว่าจะเรื่องกล้าแสดงออก ที่ตอนเด็กชอบเต้นชอบร้องเพลง โตมาดันกลายเป็นเด็กขี้อาย เงียบ ๆ ไม่ชอบทำตัวเด่น มีเพื่อนอยู่น้อยนิด
 
 
อีกเรื่องคือการแต่งตัว ที่โตมาแล้วเรียกว่าเซนส์ทางแฟชั่นน่าจะติดลบ แล้วยังไม่ชอบการแต่งตัวอีก เรื่องเลือกเสื้อผ้าใส่นี่ขอเถอะ อย่าให้ต้องคิดมากเลยว่าจะแต่งตัวยังไง เสื้อยืด กางเกงขาสั้น คีบแตะไม่ได้หรือไง ไม่ชอบกางเกงยีนส์ขาวยาวเพราะใส่แล้วร้อน ไม่ชอบกระเป๋าตังที่ทำด้วยหนัง มันดูแก่ ไม่ชอบนู่นไม่ชอบนี่ สุดท้ายเลยไม่ชอบแต่งตัว
 
ไหนจะเรื่องที่ไล่พ่อแม่ไปซื้อของอีก ตัวผมเท่าที่จำความได้เป็นคนติดแม่มาก เรียกว่าถ้าแม่ไปไหนต้องขอติดไปด้วย เพราะไม่อยากอยู่คนเดียว เอะอะก็จะร้องไห้ตลอด กลัวนู่นกลัวนี่เสมอ.... ที่แม่เล่าไว้ไม่เห็นจะตรงสักอย่าง
 
 
 
 
-3-
 
บางทีที่เปลี่ยนไปเรื่อย ๆ อาจจะเป็นเพราะเราอายุมากขึ้นก็ได้ พอโตขึ้นคนเราก็ได้เรียนรู้อะไรมากขึ้น ได้เจอกับสิ่งแวดล้อมแปลก ๆ ใหม่ ๆ เพิ่มขึ้นเรื่อย ความชอบ ความคิดทุกอย่างก็ย่อมเปลี่ยนไป ไม่มีใครที่เป็นเหมือนเดิมร้อยเปอร์เซ็นต์ทุก ๆ ปี เพราะทุกคนย่อมมีการเติบโตทั้งร่างกาย และจิตใจ
 
 
ผมนึกเรื่องนี้ขึ้นมาเพราะวันนี้ไปเลือกซื้อกระเป๋าเงินใบใหม่ ซึ่งกระเป๋าที่ผมถูกใจมาก ๆ เป็นกระเป๋าหนังสีน้ำตาล มันเป็นอะไรที่ไม่ได้ตรงกับความชอบของผมในสมัยเด็กเลย มานั่งนึกดูก็รู้สึกว่าเราค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงไปจากตอนเด็ก เราเปลี่ยนแปลงทุก ๆ ปี ทั้งด้านดีและไม่ดี โดยตั้งใจและไม่ได้ตั้งใจ
 
 
บางทีเราอาจจะไม่จำเป็นต้องบอกว่าปีใหม่ จะเปลี่ยนเป็นคนใหม่ก็ได้ เพราะถึงไม่คิดจะเปลี่ยน ยังไงก็ต้องมีบางสิ่งที่เปลี่ยนไปตามกาลเวลาอยู่ดี
 
 
 
 
-4- 
 
สิ่งหนึ่งที่เปลี่ยนแปลงในตัวผมแล้วรับไม่ได้มาก ๆ ก็คือ เมื่อก่อนดื่มนมทุกวันก็ไม่เห็นจะเป็นอะไร แต่เดี๋ยวนี้ดื่มนมทีไรท้องเสียทุกที ไม่แน่ใจว่าแพ้หรือว่ายังไง ให้ตายสิ อยากดื่มนมอย่างมีความสุขเหมือนตอนเด็ก ๆ  ; w ; )
 
 
 
--------------------------------------------------------------------------------------
 
 
 
 
ดองข้ามปีข้ามชาติเลยครับ ต้องกราบขออภัยจริง ๆ เดือนแรกที่ดองนี่เพราะไปบวช พอสึกออกมาก็กะจะมาอัพบล็อกซะหน่อยนะ ดันน้ำท่วม!!  สุขภาพจิตเสียหายหลายแสน ทำเอาเขียนบล็อกไม่ได้ พอน้ำลด ม. ผุด เปิดเทอมพอดี ไม่ว่างจะมาอัพบล็อกเลยสักแอะ  ; w ; )
 
สุดท้ายเลยต้องมาอัพช่วงปีใหม่แบบนี้นี่แหละครับ
 
ก็ถือโอกาส ขออวยพรให้ทุก ๆ คน โชคดีในวันปีใหม่ ขอให้เป็นปีที่ดีสำหรับทุก ๆ คนนะครับ  :D
 
 
 
สาธุ~~~~~~~~~~~
 
 
 
 
นี่ไม่ได้อัพบล็อกมานานแค่ไหนเนี่ย ดองนานมากครับ  =w=;;
นอกจากดองแล้วยังเข้ามาอ่านบล็อกคนอื่น ๆ น้อยมากด้วย
 
 
ที่หายหน้าหายตาไปนี่มีเหตุผลนะ คือเพิ่งสอบเสร็จครับ!!  เย้!!  นี่ถ้าโดดตีลังกาเกลียวสามรอบครึ่งแสดงความยินดีที่สอบเสร็จได้ จะตั้งกล้องอัดแล้วโพสลง Youtube ให้ดูเลยนะ.. เผอิญไม่มีความสามารถขนาดนั้น ขืนทำจริง ๆ แทนที่จะได้โชว์ลังกาเกลียว อาจได้ขึ้นหน้าหนึ่งเพราะคอหักแทน
 
 
พูดถึงสอบ จะบอกว่าสอบคราวนี้ชีวิตเริ่มกลับไปเป็นเหมือนตอนประถมอีกละครับ
 
 
เป็นยังไง ??
 
 
พอถึงฤดูกาลสอบก็จะไม่อ่านหนังสือครับ เล่นเกม ดูหนัง ดูการ์ตูนว่ากันไป แล้วพอถึงวันสอบ ก็ไหว้พระไหว้เจ้า เข้าห้องก้าวเท้าซ้ายนำ ไหว้ขาโต๊ะสี่ข้าง (ถือโชคลาง มีเคล็ดอะไรเอาหมดยกเว้นเคล็ดขัดยอก) แล้วนั่งระลึกชาติจากการร่ำเรียนในห้องมาทำข้อสอบ.. ซึ่ง ไม่ค่อยเข้าเรียน (ไม่นะ!!)   ; w ; )b
 
 
ไอ้ที่ไม่เหมือนกันกับตอนประถมคือเนื้อหาที่เรียนเนี่ยแหละครับ ตอนประถมเนื้อหามันยังไก่กาอาราเล่บวกลบคูณหาร จิ๊บจ๊อยมาก ขออวดสักนิดว่าสมัยประถมนี่ผมฉลาดมากนะครับ เรียนอะไรแปปเดียวก็จำได้หมดแล้วครับ แถมไม่ลืมด้วยนะ จำแม่นอย่างกับกินขนมปังโดราเอม่อนอย่างไรอย่างนั้นเลยเชียวล่ะเธอเอ๋ย
 
 
แต่ก็ไม่เข้าใจนะว่าไอ้สมองดี ๆ ตอนประถมมันแย่ลง รึเนื้อหาการเรียนของมหาลัยมันยากขึ้น ตอนนี้สติปัญญาอาจจะพอ ๆ กับสัตว์เซลล์เดียวก็ได้ครับ (ฮา)
 
 
บางอย่างที่เปลี่ยนแปลง แตกต่างอย่างเห็นได้ชัดจากสมัยประถมกับมหาลัยก็คงจะเป็น เรื่องโดดเรียน
 
 
สมัยประถมยังเป็นเด็กดีเรียบร้อยที่เป็นตัวแทนห้องถือพานไหว้ครู ประกวดมารยาทงามเป็นประจำ ดังนั้นเรื่องโดดเรียน ไม่ตั้งใจเรียนนั้น หาไม่ได้กับนายฮามอนคนนี้ครับ แต่ใครจะคิดว่าพอมันอยู่มหาลัยแล้ว มันจะโดดเอา ๆ โดดเป็นจั๊มป์เปอร์แบบนี้
 
 
คาบไหนอาจารย์ไม่เช็คชื่อ.. โดด
 
คาบไหนอาจารย์เช็คชื่อโดยให้เซ็นเอง.. โดด
 
คาบไหนอาจารย์เช็คชื่อเอง.. โดด......... ไม่ได้  ; w ; )
 
 
จริง ๆ ไม่ได้จะโดดอะไรมากมายหรอกครับ ส่วนใหญ่ก็โดดไปทำงานที่อาจารย์ท่านสั่งนั่นแล.. (ดูไม่ใช่เหตุผลที่ดีเนอะ แหะ ๆ )  มันก็ส่งผลถึงตอนสอบที่เราระลึกชาติไม่ได้นั่นแหละครับ ซวยไป  ; w ; )
 
 
สอบครั้งที่ผ่านมาก็พอจะเอาตัวรอดมาได้บ้าง จากความรู้ที่ติดมาแบบนี้ดเดียวจริง ๆ อาศัยอ่านจากชีทที่อาจารย์แจก (ซึ่งไม่เคยเปิดเลยสักครั้งตั้งแต่ได้มา)  แต่ก็นับว่าโชคดีหน่อยที่เป็นข้อสอบแนววิเคราะห์ที่ไม่ต้องอ่านถึงสองวิชา
 
 
วิชาที่เหลือเป็นท่องจำล้วน ๆ เลยต้องเอาเวลาที่จะท่องเน็ท ไปใช้แปะขนมปังโดเรม่อนในชีท แล้วกลืนไปให้ได้มากที่สุดครับ ก็เลยไม่ได้แวะมาดู exteen เลย (มีแว่บ ๆ มาบ้างเป็นบางวัน)
 
 
** อ่านแล้วอย่าเอาเป็นเยี่ยงอย่างนะครับ ตั้งใจเรียนไว้ดีที่สุดครับ  ; w ; )b
 
 
 
ปล.  สอบเสร็จแล้วเหมือนจะว่าง.. แต่ไม่ครับ  เพราะยังมีโปรเจคที่้ต้องทำ แล้วยังต้องไปรับน้องเอกต่างจังหวัดอีก พอกลับมาผมก็บวชครับ เรียกว่าเดือนตุลาคมนี้ทั้งเดือน ผมคงหายหน้าหายตาไปจาก exteen เป็นแน่แท้ บล็อกคงได้ดองจนเค็มแน่ ๆ ครับ
 
 
กลับมาเมื่อไรจะรีบล้างทำความสะอาดทันทีครับผม!!    Surprised
 
 

ทรงผมก็แค่เปลือก

posted on 15 Sep 2011 21:32 by hamon-d  in Life
 
 
หลังจากที่ปล่อยผมให้ยาวกระเซอะกระเซิง ดูไม่เป็นผู้เป็นคน (หรืออาจจะเป็น คน ประเภทที่แถวบ้านเข้าใจว่าผิดว่า เป็นโจร) มานานแสนนาน เมื่อวันพฤหัสที่ผ่านมาก็ตัดสินใจไปตัดผมมาครับ ตัดทรงเดียวกับ อัล ปาชิโน่ ตอนที่เล่นเรื่อง The Godfather 3 น่ะครับ สั้นสบายหัวกันเลยทีเดียว
 
 
ตัดผมแล้วผลตอบรับก็ดีเกินคาดครับ จากคนผมยาวเหมือนโจร อยู่ดี ๆ ตัดซะสั้นแบบที่เพื่อนต้องทักว่า "สั้นไปนะ" คือดูแตกต่างจากตอนแรกจนบางคนจำไม่ได้ หลายคนบอกว่าดูดี ดูสะอาดขึ้นดูเด็กขึ้น และมีรุ่นน้องบางคนบอกว่า.. หน้าพี่ดูมีอนาคต  (ก่อนหน้านี้ดูไม่มีอนาคตมากเลยเรอะ!?)
 
 
เรื่องทรงผมนี่สำหรับบางคนแล้วเป็นเรื่องสำคัญในชีวิตเลยนะ เพราะถ้ามันเข้ากับหน้าตาแล้วเป็นทรงที่ดูดี มันก็ช่วยยกระดับความดูดีของเราได้ ออกจากบ้านได้แบบไม่น่าเกลียดน่ากลัว แต่กับบางคนก็ไม่ได้ใส่ใจมากนักเพราะคิดว่า เดี๋ยวมันก็ยาวมาให้จัดทรงใหม่แหละ
 
 
พูดถึงทรงผมกับความดูดีแล้ว เด็กนักเรียนที่เรียนโรงเรียนรัฐบาลที่มีกฎระเบียบเข้ม ๆ หน่อย หรือ นักเรียนชายที่เรียน รด. ก็จะถูกบังคับให้ตัดผมเกรียนทรงนักเรียน ซึ่งมันดูไม่ดีเอาซะเลยในตอนนั้น และทุกคนดูพยายามหาทางหลีกเลียงเพื่อจะไม่ต้องหัวเกรียน (มันไม่หล่อ สาวเห็นแล้วไม่กรี๊ด)
 
 
สมัยนั้นผมเองก็พยายามจะไม่ตัดนะ ถ้าหลีกได้ก็จะหลีก หลบได้ก็ขอหลบ ขอหล่อมั่งเหอะ รู้สึกว่าไอ้ทรงผมเกรียน ๆ ขาว ๆ มีผมแปะอยู่น้อยนิดแบบนั้นทำให้หน้าตาเราดูแย่เหลือเกิน ตัดกันมาตั้งแต่สมัยมัธยมต้น พอมัธยมปลายเรียน รด. ก็ยังต้องเกรียนอีก เก็บกดครับ สัญญากับตัวเองเลยว่าเข้ามหาลัยเมื่อไรจะไว้ให้ยาวกว่ากำแพงเมืองจีนเลย (ล้อเล่นครับ ราพันเซล ผมยังไม่ยาวขนาดนั้นเลยมั้ง)
 
 
พอเข้ามหาลัยก็นั่นแหละครับ ตั้งใจไว้ยาวอยู่แล้วบวกกับแอดมิชชั่นติดที่ ศิลปากร ซึ่งรุ่นพี่จากหลาย ๆ คณะนี่ดูจากทรงผมและการแต่งตัวแล้ว ติสท์ มากครับ อธิบายไม่ถูกเหมือนกันแต่ดูแล้วรู้สึกว่า ศิลปินอ้ะ!! ผมยาว ๆ เซอร์ ๆ ดูแล้วยิ่งเกิดอาการอยากทำตามน่ะครับ (สั้น ๆ ดูดี ๆ ก็มีนะ แต่ไม่มองเอง Undecided )
 
 
ก็ไว้ผมยาวหน่อยนึง ประมาณบ่า ก็รู้สึกดีนะผมยาวดูเซอร์ ดูแปลกตาดี ช่วงแรก ๆ ก็จะภูมิใจกับผมยาวมาก ญาติบอกดูเซอร์นะ โอ้โห ภูมิใจมากครับ (มีการตัดหน้าม้าเต่อด้วย เพิ่มความแนวให้ทรงผม)
 
 
ภูมิใจได้พักใหญ่ความรู้สึกเริ่มเปลี่ยนเปลี่ยนไปเป็น รำคาญใจ เพราะผมมันยาวก็เริ่มทิ่มหูทิ่มตา อากาศประเทศไทยก็ร้อนแสนร้อน ผมยาวยิ่งอับยิ่งชื้น ไปมหาลัยทีนี่เหมือนเปิดเขื่อน แล้วตัวผมก็เป็นคนผมหยักศกด้วย พอผมยาวมันก็จะหยิกน้อย ๆ ออกแนวม้วน ๆ ถ้ามันม้วนสวย ๆ จะไม่ว่ากันเลย แต่นี่ม้วนมาแทงตาบ้าง ม้วนเป็นทองกาวบ้าง ไม่ไหวนะ
 
 
พอรำคาญมาก ๆ ก็เริ่มคิดได้ว่า ไอ้การที่ไว้ผมยาวเนี่ยมันช่วยให้เป็นศิลปินได้เหรอ ดูเซอร์ดูติสท์แล้วยังไงหว่า ไว้ผมยาวยังไงก็ทำดรออิ้งได้ D ได้ F ผม การแต่งตัวมันก็แค่เปลือกรึเปล่า คนเราจะเป็นอะไรมันควรจะเป็นจากข้างในมากกว่าใช่ไหม...
 
 
สุดท้ายก็เลยเลือกที่จะตัดผมทิ้งไป เพราะไม่ว่าทรงผม หน้าตาเราจะเป็นยังไง แต่ทุกอย่างข้างในเราก็ยังเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง
 
 
 
 
ปล. พรุ่งนี้สอบแล้วครับ ไม่พร้อมเลยสักนิด เพราะเทอมที่ผ่านมานี้ เรียน ๆ หลับ ๆ เบลอ ๆ ตลอดเลย นี่เรียกกรรมตามทันใช่ไหมครับ  Tongue out